ฆ่าหั่นศพ

ตำรวจเจอหัวแม่แล้ว ลูกชายฆ่าหั่นศพแม่ ขืนใจลูกตนเอง

ฆ่าหั่นศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ประเสริฐ พาดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกฆ่าแล้วนำศพไปทิ้งแยกส่วน ภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านหัวเวียง 1 ต.เวียง อ.เวียงป่า จ.เชียงราย จึงรีบรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านคอนกรีตทรงหลังคาสูงชั้นเดียว ภายในบ้าน พบว่าที่ห้องเก็บของติดกับห้องครัวที่อยู่ด้านหลัง พบถังพลาสติกสีฟ้า ซึ่งใช้เก็บน้ำแข็ง พบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกหั่นเป็นชิ้นๆเป็นส่วนขา หน้าแข้ง และแขนไม่ต่ำกว่า 6 ชื้น ถูกวางซ้อนกัน โดยมีน้ำแข็งใส่ไว้กันการเน่าเสีย แต่ยังไม่พบสิ้นส่วนศีรษะ คาดว่า ได้ถูกนำออกไปที่อื่นแล้ว

จากการตรวจสอบ ผู้ที่เสียชีวิตคือนางอรุณี อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน นอกจากนี้ ยังพบ นายคิน อายุ 35 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายของนางอรุณี โดยรับว่า เป็นคนฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง

จากนั้น นายคิน ได้พาจนท.ไปตรวจดูชิ้นส่วนของแม่ที่ตัวเองใช้มีดสับและหั่นใส่ถัง แต่ภายในบ้าน ไม่พบมีชิ้นส่วนศีรษะ ซึ่ง นายคิน สารภาพว่าได้นำไปฝังเอาไว้ที่ป่าข้างทางบนถนนสาย อำเภอเวียงป่าเป้า-อำเภอพร้าว ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อให้พาไปขุดเอาส่วนศีรษะดังกล่าวจนพบ

จากการสอบสวนทราบว่านายคิน ได้เลิกกับภรรยาที่มีลูกด้วยกัน 1 คน ชื่อ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งนายคิน แม่และลูกสาว ได้อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว แต่เมื่อเร็วๆนี้ นางอรุณี จับได้ว่านายคินได้ข่มขืนลูกสาวตนเอง จึงต่อว่าจนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง

จากนั้นนายอรุณี ขู่ว่าจะไปแจ้งตำรวจ ทำให้นายคินโมโหใช้มีดปลายแหลมแทงนางอรุณี จนเสียชีงิต ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้น เกรงกลัวความผิดจึงนำศพไปชำแหละใส่ถังแช่น้ำแข็ง ส่วนศีรษะนำไปฝังบนถนนสายดังกล่าว

หลังก่อเหตุนายคินก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และยังไปช่วยทำแนวกันไฟกับชาวบ้านด้วย แต่ได้สำนึกผิดจึงได้ยอมสารภาพกับผู้ใหญ่บ้าน ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้ใหญ่บ้าน จึงได้พาไปที่บ้านที่เกิดเหตุแล้วมอบตัวกับจนท.ตำรวจดังกล่าว

หลังจากนั้นจนท.ตำรวจจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่นิติเวชนำชิ้นส่วนศพไปชันสูตร ส่วน นางสาวเอ นั้นได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำ เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับ นายคิน จากนั้นก็ได้นำตัวนายคิน ไปทำแผนประกอบคำสารภาพ

ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่าช่วงเช้ามืดวันที่ 27 ก.ย.ได้ยินเสียงร้องโหยหวนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว แต่ก็ไม่มีผู้ใดสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ นายคินและแม่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันมาแล้วบ่อยครั้ง ซึ่งหลังจากนั้น ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น นางอรุณี อีกเลย เมื่อสอบถามนายคินก็ไม่ยอมตอบ กระทั่ง เจ้าตัวยอมรับกับผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว

ที่มา ข่าวสด

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *